ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ยินดีต้อนรับ
dot
bulletสาส์นอาจารย์ใหญ่
bulletสาส์นอาจารย์ใหญ่ปี 2556
bulletสาส์นอาจารย์ใหญ่ปี 2555
bulletสาส์นอาจารย์ใหญ่ปี 2554
dot
การศึกษาแบบมอนแตสเซอรี่
dot
bulletระบบมอนแตสเซอรี่
bulletความสำคัญของอนุบาล 3
dot
การเรียน การสอน
dot
bulletในรั้วโรงเรียน
bulletดีเด่นแห่งปี
bulletเกียรติบัตร O-NET
bulletมาตรฐาน สมศ. (Update!)
bulletมนตเสรี - มาตรฐาน ศก.
bulletนักเรียนดีเด่น
dot
กิจกรรมโรงเรียน
dot
bulletปฏิทินปีการศึกษา 2554
bulletกิจกรรมในปีการศึกษา 2552 - 53
bulletกิจกรรมเสริม
bulletงานศิลป์สู่ดวงใจ
bulletพิธีรับประกาศนียบัตร
bulletกิจกรรมวันพ่อ 2553
bulletกิจกรรมวันแม่ 2556
bulletกิจกรรมวันแม่ 2553
bulletวันไหว้ครู
bulletกิจกรรมในเทศกาลปีใหม่
bulletโครงการธรรมะบำรุงจิต
bulletเยี่ยมชมโรงเรียน
dot
กิจกรรมเพื่อสังคม
dot
bulletศูนย์พัฒนาเด็กเล็กธรรมศาลา
dot
Links
dot
bulletโรงเรียนวัดธรรมมงคล




ระบบมอนแตสเซอรี่

การศึกษาแบบมอนแตสเซอรี่

ระบบการศึกษาแบบมอนเตสเซอรี่ (Montessori) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน การศึกษาแบบมอนเตสเซอรี่เป็นระบบการศึกษาที่เน้นให้เด็กๆใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างมีระบบแบบแผนโดยเฉพาะเรื่องการฝึกให้เด็กมีระเบียบ วินัย มีสมาธิในการทำกิจกรรม แบบฝึกหัดที่เด็กกำลังฝึกฝนอยู่ทุกชั่วโมงในแต่ละวันจะเปี่ยมไปด้วยคุณค่า และพัฒนาการทั้งความคิด อารมณ์ และกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย

โดยผ่านสื่อการเรียนการสอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของมอนเตสเซอรี่ Dr.Maria Montessori เป็นผู้ริเริ่มและให้กำเนิดระบบการศึกษาในแบบมอนเตสเซอรี่ตั้งแต่ช่วงต้น ค.ศ. ๑๙๐๐ เป็นเวลา ๑๐๐ ปีมาแล้ว ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ระบบการเรียนการสอนดังกล่าวยังคงเป็นที่นิยมถึงปัจจุบันท้งในยุโรป อเมริกา เอเซีย คือการเน้นในเรื่องของการให้ความสำคัญการพัฒนาศักยภาพของเด็กแต่ละคน ตามแนวโน้มและความสนใจของเด็ก ครูจะเป็นเพียงผู้คอยแนะนำและสนับสนุนให้เด็กค้นหาความชอบและความถนัดของตน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนเด็กคนอื่นๆ เด็กจะมีความสุข ในการเรียนและพัฒนาความมั่นใจในตัวเอง ผ่านสื่อการเรียนการสอนที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน และมีเป้าหมายที่ชัดเจน

แม้ว่าระบบการเรียนการสอนในแนวมอนเตสเซอรี่จะเป็นที่รู้จักที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก อุปสรรคบางประการที่อาจารย์วราพร เภกะนันทน์ และครูใหญ่ โรงเรียนมนตเสรี สำโรงสมุทรปราการ เป็นผู้หนึ่งที่สำเร็จการศึกษาแบบมอนเตสเซอรี่จาก ST.Nicholas ประเทศอังกฤษ ได้ให้ทรรศนะ ไว้ในการให้สัมภาษณ์ของนักเขียน Mara จากหนังสือ Thai Day Living, Monday Feb 13 2006

คือตำราที่ใช้จะต้องแปลจากภาษาอังกฤษตลอดจนเครื่องมือ และสื่อการสอนแบบมอนเตสเซอรี่มีราคาแพงมาก บุคคลากรมีความสำคัญผ่านการอบรมมีความรู้เชี่ยวชาญและเข้าใจ จนเกิดความคุ้นเคยในการฝึกใช้อุปกรณ์ สื่อ การเรียนประเภทต่างๆอย่างมั่นใจ และการขาดแคลนบุคลากรนั้น เป็นปัญหาที่ทำให้ไม่แพร่หลายเท่าที่วร ในประเทศไทยจึงมีความจำเป็นต้องจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม สำหรับแผนการศึกษานี้เพื่อผลิตบุคคลากรที่มีคุณภาพให้กับสถานรับเลี้ยงเด็ก และโรงเรียนอนุบาลหลายแห่งที่ได้ประยุกต์สื่อการเรียนการสอนขึ้นจากวัสดุธรรมชาติที่หาได้ในประเทศ และรักษาปรัชญาหลักๆ ของระบบไว้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาหลายๆท่านเห็นพ้องต้องกันว่า ระบบการศึกษาแบบมอนเตสเซอรี่เป็นระบบการศึกษาเหมาะสำหรับเด็กโดยเฉพาะ ๖ ปีแรกของชีวิต เพราะเป็นช่วงที่มีความสำคัญช่วงหนึ่งของชีวิตโดยเฉพาะการพัฒนาการด้านต่างๆที่เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตต่อไป โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมสถานการณ์ต่างๆที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ท่านดอกเตอร์จีรพันธ์ พูลพัฒน์, Ph.D. รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประถมศึกษาแห่งคณะครุศาสคร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มิถุนายน ๒๕๔๐ ได้เห็นถึงความสำคัญของแผนการศึกษานี้ ได้เขียนการสอนแบบมอนเตสเซอรี่ จากทฤษฎีสู่แนวทางนำไปปฏิบัติของสำนักพิมพ์สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว) ผู้สนใจสามารถนำไปเป็นความรู้ได้อย่างดี

 

การศึกษาก่อนเข้าเกณฑ์โดยไม่ต้องเสียน้ำตาและปราศจากความกลัว

 

"สอนบุตรหลานของท่านให้รู้จักอ่านเขียน" ไม่ใช่ความคิดแผลงๆ ประหลาดอย่างที่บางท่านคิด ความจริงแล้วข้อความที่เพิ่งกล่าวนั้นเป็นหัวเรื่องของหนังสือเล่มหนึ่งด้วยซ้ำไป ซึ่งกล่าวไว้ว่า จะฝึกฝนและให้การศึกษาเด็กเล็กๆ ได้เรียนได้อ่านโดยวิธีใด นับแต่เด็กเริ่มตั้งไข่ ผู้เขียน มร.เกลน โดแมน ได้ใช้เวลาประมาณ 20 ปี เป็นสมาชิกอยู่ในคณะแพทย์และคณาจารย์ศึกษา เกี่ยวกับการหาวิธีรักษาเด็กๆ ที่สมองได้รับการกระทบกระเทือน และเรื่องนี้เองที่เราจะได้นำมาเป็นวิชาสำหรับศึกษากัน ตามหลักจิตวิทยาแล้วความสนใจในการเรียนของเด็กนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ในเมื่อวิวัฒนาการก้าวหน้าเช่นยุคปัจจุบันแล้ว "เราสอนอ่านเขียนให้แก่เด็กๆ ตั้งแต่เยาว์วัยแรกเริ่มคลาน" เพราะเราเชื่อว่าความสามารถที่เด็กจะรับได้ ความต้องการที่จะอยากรู้อยากเห็นนั้นอยู่ในระหว่างอายุตั้งแต่เก้าเดือน ถึงหกขวบ และหลังจากนั้นความกระหายที่อยากจะเรียนเขียนอ่านก็จะค่อยๆลดลงตามอายุ

 

วิธีการและแบบแผนอันทันสมัยที่จะให้การศึกษาแก่เด็กๆ ก่อนเข้าเกณฑ์นั้น เริ่มแรกทีเดียวมีขึ้นที่ประเทศอิตาลี ประมาณเมื่อต้นศตวรรษเรานี้เอง โดยมารีอา มอนแตสเซอรี่ ด๊อกเตอร์หญิงคนแรกของประเทศอิตาลีนั่นเอง ด๊อกเตอร์หญิงท่านนี้ได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเด็กที่มีปัญหาโดยเฉพาะ จนกระทั่งประสพความสำเร็จจึงได้ให้ชื่อแบบแผนการศึกษาชนิดนี้ว่า แผนการศึกษามอนแตสเซอรี่ แผนการศึกษานี้ ในปัจจุบันใช้กันอย่างได้ผลทั่วโลก มีอาทิ เช่น ในยุโรป อเมริกา อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย คือโรงเรียนมนตเสรี ถนนสุขุมวิท สมุทรปราการ แผนการศึกษาของมอนแตสเซอรี่นี้เป็นการปฏิวัติจากระบบการศึกษาแบบคร่ำคร่า สมัยหิน ท่องเป็นนกเป็นกา มาเป็นแบบปากพูด ตาเห็น มือได้คลำพร้อมทั้งสีแสง เสียงครับครัน อันนับเป็นวิธีการที่ถูกต้องสำหรับเด็กเยาว์วัย อันที่จริงแล้วโรงเรียนมอนแตสเซอรี่ทุกแห่งในโลกแทบจะไม่มีอะไรผิดแปลกจากกันเลย ทั้งนี้เพราะแผนการศึกษามอนแตสเซอรี่นั้น ต้องการจะสร้างบรรยากาศโรงเรียนให้ใกล้เคียงกับบ้านพักอาศัยเป็นที่สุด

 

ใน Manila ประเทศ Philippines โรงเรียน Montessoriนี้ ประชาชนก็เรียกและรู้จักกันในชื่อ "ตาฮานาน นักมัก บา ตา" หรือถ้าแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆก็คือ บ้านเด็กนั่นเอง ทั้งนี้ก็เนื่องจากโรงเรียน Montessori ถือว่าการศึกษานี้ วัตถุดิบสำคัญเอกก็คือเด็กๆนั่นเอง ครูโรงเรียน Montessori จะไม่มีการถือไม้เรียว หรือตวาด หรือฉุดลาก หรือการการะทำอื่นใดนอกเหนือไปกว่าผู้แนะนำ ครูของโรงเรียน Montessori นั้นเป็นผู้คอยแนะนำ แต่เด็กนั่นแหล่ะที่ครูและสอนตนเอง ปกครองตนเอง ให้ระเบียบวินัยตนเองโดยอาศัยครูเป็นผู้แนะนำ หรืออีกนัยหนึ่งนักเรียนของ Montessori เป็นผู้เริ่มเรียนเอง โดยตัวเองเป็นชั้นเรียน และนั่นก็คือเด็กเรียนรู้วิชาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งมีทั้งความสนุกเพลินเพลินและความรู้โดยเด็กเองก็ไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นบรรยากาศที่แผนการศึกษา Montessori ค้นคิดขึ้นมาอย่างได้สัดส่วน วันหนึ่งๆเด็กจะต้องมีเรื่องที่จะต้องทำหลายอย่างด้วยกัน ครูก็เฝ้าดูความสนใจของเด็กนักเรียน ไม่ให้จำเจอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ  เด็กจะเริ่มหรือเลิกเมื่อใดก็ให้เป็นเรื่องของเขา ครูคอยดูแลและแนะนำอย่าให้เด็กเบื่อ ท่านๆอาจจะนึกว่าการดูแลเด็กเล็กๆ อย่างนี้ในชั้นเรียนก็คงจะมีแต่เสียงกระจองอแงไม่มีระเบียบ ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ แต่แผนการศึกษา Montessori สามารถดัดแปลงเสียงกระจองอแงไม่มีระเบียบ ให้เป็นผลกับเด็กโดยที่เด็กเองก็ไม่รู้ตัวจากความชำนาญของแผนการศึกษา Montessori มาเป็นเวลาอันยาวนาน เรากล้าพูดได้เลยว่า เด็กนั้นพร้อมที่จะรับการอบรมสั่งสอน มีความอยากรู้อยากเห็นตั้งแต่อายุระหว่าง 3 ถึง 6 ขวบ ในช่วงอายุดังกล่าวแล้วนั้น พูดได้เลยว่าเป็นช่วงที่เด็กมีความรู้สึกกระหายอยากรู้ และสามารถจดจำได้เร็ว เรื่องนี้บรรดาแพทย์ที่ได้ค้นคว้าต่างก็เห็นพ้องต้องกัน ฉะนั้นแผนการศึกษา Montessori จึงได้เตรียมการศึกษาให้เด็กๆ ก่อนเข้าเกณฑ์นี้ไว้อย่างพร้อมเพรียงทั้งทางด้านจิตใจและวัตถุ ให้เด็กได้รู้ได้เห็นได้สัมผัสสิ่งที่เรียน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีความสนุกและสนใจและรู้ชัดกระจ่างแจ้งว่า "หนักกับเบา" "สั้นกับยาว" "เรียบกับหยาบ" เป็นอย่างไร ซึ่งจะเรียนเรื่องสามอย่างดังกล่าวนั้นจากแผนการศึกษา Montessori ที่ได้วางรากฐานไว้แล้วเป็นอย่างดี (การฝึกสอนแบบ Montessori นั้น ท่านจะเข้าชมได้ที่โรงเรียนมนตเสรี ถนนสุขุมวิท สมุทรปราการ ได้ทุกเวลาราชการ) อุปกรณ์ต่างๆที่แผนการศึกษา Montessori นำมาประกอบการสอนเด็กๆนั้น ก็เพื่อให้เด็กรู้จักใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้องและเมื่อมีความชำนาญแล้ว ครูจะปล่อยให้เด็กทำโดยลำพังอย่างมั่นใจในตัวเอง

 

ในด้านภาคปฏิบัติแล้ว แผนการศึกษา Montessori ยังได้ตระเตรียมให้เด็กๆเหล่านี้รู้จักดูแลรักษาบ้านเรือนให้สะอาดมีระเบียบ และในด้านสุขวิทยาแล้ว แผนการศึกษา Montessori ได้อบรมสั่งสอนให้เด็กๆรู้จักดูแลตนเองให้สะอาดหมดจดเรียบร้อยตั้งแต่เยาว์วัย

 

แผนการศึกษา Montessoriนั้น ส่งเสริมและให้การศึกษาเด็กโดยประสิทธิ์ประสาทความรู้และความชำนาญให้เจริญไปพร้อมกับวัย ความรู้ความเข้าใจนั้น ย่อมต้องมีความสัมพันธ์ร่วมกันระหว่าง "จิตกับกาย" จิตต้องสั่งงาน ฉะนั้นเพื่อให้เด็กน้อยเหล่านี้รู้และเข้าใจแผนการศึกษา Montessoriจึงใช้แบบฝึกหัดๆเล็กน้อยเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาโดยใช้ระบบแบบแผนที่ไม่ให้เด็กเบื่อหน่าย การฝึกจิตใจให้สั่งงานแก่ร่างกายนี้เป็นการสร้างบุคคลิกภาพให้เด็กเมื่อเติบใหญ่

 

แผนการศึกษา Montessori ดังที่กล่าวไว้แล้วในตอนต้นๆว่ามีกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี โดยด๊อกเตอร์หญิงคนแรกของอิตาลี มารีอา มอนแตสเซอรี่ เป็นผู้ริเริ่มและท่านก็ได้ประสพความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงตลอดมา

---------------

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.